บทที่ 1 ความเป็นมาและหลักการของประชาธิปไตย
ในการดำเนินชีวิตทางการเมืองนั้น จำเป็นต้องมีการกำหนดกฎกติกาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคมขึ้นมา ในระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตยนั้น ถือว่ามีกฎกติกาว่าอำนาจเป็นของประชาชน และใช้อำนาจโดยประชาชนหรือผู้ปกครองที่ได้รับยอมรับของประชาชน กฎกติกาดังกล่าว เมื่อได้รับการยอมรับจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ก็จะกลายมาเป็นแบบแผนการปฏิบัติที่เป็นโครงสร้างทางการเมือง เราจะเรียกกฎกติกาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เป็นโครงสร้างนี้ว่า ระบอบการเมือง ระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตยนั้น กฎกติกาจะตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย ดังจะนำเสนอในบทนี้
ในการดำเนินชีวิตทางการเมืองนั้น จำเป็นต้องมีการกำหนดกฎกติกาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคมขึ้นมา ในระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตยนั้น ถือว่ามีกฎกติกาว่าอำนาจเป็นของประชาชน และใช้อำนาจโดยประชาชนหรือผู้ปกครองที่ได้รับยอมรับของประชาชน กฎกติกาดังกล่าว เมื่อได้รับการยอมรับจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ก็จะกลายมาเป็นแบบแผนการปฏิบัติที่เป็นโครงสร้างทางการเมือง เราจะเรียกกฎกติกาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เป็นโครงสร้างนี้ว่า ระบอบการเมือง ระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตยนั้น กฎกติกาจะตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย ดังจะนำเสนอในบทนี้
1. ประเภทของระบอบการเมือง
เราอาจสรุปได้ว่า
ระบอบการเมืองเป็นโครงสร้างเกี่ยวกับการจัดสรรอำนาจทางการเมือง
ดังนั้นจึงมีลักษณะที่สำคัญคือ
(1) ระบอบการเมืองเป็นเรื่องของโครงสร้างทางการเมือง
ในความหมายที่เป็นกฎเกณฑ์ (rule)
หรือกฎกติกาทางการเมืองที่มีการยอมรับนำมาปฏิบัติจนเป็นแบบแผนของชีวิตทางการเมือง เช่น
ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 - 2516 พบว่า
มีโครงสร้างทางการเมืองตามกฎเกณฑ์แบบ อำมาตยาธิปไตยที่ข้าราชการเป็นใหญ่
ถึงแม้จะมีการระบุไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าเป็นกฎเกณฑ์ประชาธิปไตยเราก็ไม่ถือว่าประชาธิปไตยเป็นแบบแผนความสัมพันธ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจริงและปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอ
(2)
ระบอบการเมืองเป็นโครงสร้างทางการเมืองที่สะท้อนรูปแบบของการปกครอง (form of
government) คือ แสดงรูปแบบความสัมพันธ์ในเชิงอำนาจภายในกลุ่มผู้ปกครองด้วยกัน
และระหว่างผู้ปกครองกับพลเมืองผู้อยู่ใต้ปกครอง
เช่น
วิธีการได้มาซึ่งรัฐบาลโดยการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง
อำนาจการปกครองมีการรวมศูนย์หรือกระจาย
กระบวนการเปลี่ยนรัฐบาล
ขอบเขตระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของปัจเจกชน
(3)
กฎเกณฑ์และรูปแบบการเมืองการปกครองที่เป็นระบอบการเมืองจะถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้
ความพยายามในการแบ่งประเภทของระบอบการเมืองอย่างเป็นระบบครั้งแรก
ดำเนินการโดยอริสโตเติล (Aristotle
ก่อนปี ค.ศ. 384 - 322) อริสโตเติลใช้เกณฑ์การแบ่งง่าย ๆ
ที่ไม่ซับซ้อน 2 เกณฑ์ คือ ใครคือผู้ปกครอง? (who
rules?)
และใครได้รับประโยชน์จากการปกครอง? (who benefits from rule?) (Heywood,
1994: 30)
จากเกณฑ์การแบ่งว่าใครจะเป็นผู้ปกครองนั้น
อริสโตเติลเห็นว่าผู้ปกครองเป็นไปได้ 3 ประเภทคือ การปกครองโดยคน ๆ เดียว การปกครองโดยกลุ่มคนจำนวนน้อย และการปกครองโดยคนจำนวนมาก และจากเกณฑ์ว่าใครได้รับประโยชน์จากการปกครองนั้น อริสโตเติลเห็นว่าเป็นไปได้ 2
ลักษณะ คือ การปกครองเพื่อประโยชน์ของผู้ปกครองเอง และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
(Ibid)
จากหลักเกณฑ์ทั้งสอง
อริสโตเติลจึงแบ่งระบอบการเมืองออกเป็น 6 รูปแบบ (โปรดดูในเอกสาร)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น